2007/Apr/20

ไม่รู้จักพอ...ใครนะกำหนดให้มนุษย์มีนิสัยแบบนี้ ได้แล้วก็ไม่เคยพอ ต้องการมาก

ขึ้นๆอีก อย่างเช่นพอได้เงิน...ก็อยากได้มากขึ้นอีก และพอเริ่มมีเงินมากเข้า ก็เริ่มใช่เงิน

ซื้ออำนาจ และใช้อำนาจนั้นหาเงินมาอีกที ถ้าพระเจ้าเป็นผู้สร้างนิสัยแบบนี้ขึ้นมาในตัว

มนุษย์ล่ะก็ ก็ต้องบอกว่าพระเจ้านี่ช่าง....เฮ้อ~ ไม่พูด เกิดคนนับถือศาสนาคริสต์มาอ่าน

เข้า เค้าจะหาว่าชาวพุทธดูหมิ่นศาสนาเขาอีก แต่อันที่จริงศาสนาพุทธก็เกิดก่อนศาสนา

คริสต์ตั้ง 543 ปี แล้วอย่างนี้ชาวคริสต์จะว่าพระเจ้าคือผู้สร้างได้อย่างไร? แล้วพระเจ้าเป็น

ผู้สร้างพระพุทธเจ้าเหรอ??? แล้วศาสนาพราหมณ์ที่มีมาก่อนพุทธอีกล่ะ ใครสร้างพวก

เหล่านักพราหมณ์ขึ้นมา?? คนศาสนาคริสต์เข้าใจอะไรผิดหรือเปล่าเนี่ย? พูดไปพูดมานอก

เรื่องหัวข้อ 'ไม่รู้จักพอ' งั้นเรากลับเข้ามาประเด็นเดิมกันเถอะ

ไม่รู้จักพอ...ใช่ ทำไมถึงไม่รู้จักพอกันซะที การที่ฉันอยากเขียนไดอารี่ก็เพราะอยาก

ระบายสิ่งที่พ่อแม่กดดันฉัน เข้ามักให้ฉันทำนู่นทำนี่ และมักเปรยๆว่าลูกคนอื่นดีกว่าฉัน

อย่างนั้นนะ อย่างนี้นะ ทำไมไม่เอาอย่างเขาบ้าง ทำไมชอบทำให้พ่อแม่กลุ้มใจอยู่เรื่อย

ทำไมไม่รู้จักตอบแทนพ่อแม่บ้างนะ โอ้ยยยย...ไม่เข้าใจ เค้าไม่เคยรู้จักพอใจในสิ่งที่ฉัน

เป็นเลย เค้าไม่เคยภูมิใจในสิ่งที่ลูกคนนี้มีและพึงกระทำกับเขารู้ไหม...ฉันไม่เคยแต่งตัว

เลย ที่โรงเรียนฉันถึงแม้จะเป็นห้องคิงแต่พกแป้งแต่งหน้าส่องกระจกกันทั้งวัน (บางคนก็ไม่

เป็นนะ) แต่ความจริงนั่นก็นับเป็นความดีไม่ได้หรอกมั้ง? เพราะจริงๆแล้วฉันขี้เกียจพกแป้ง

พกกระจกน่ะ มันหนักกระเป๋า เคยลองพกแต่ก็ขี้เกียจเกินกว่าจะหยิบมันขึ้นมาใช้ได้ ฉันมี

ความรู้สึกว่าถ้าฉันทาแป้งทาลิป ส่องกระจกแต่งตัวฉันจะเป็นเหมือนพวกเด็กกระแตแก่แดด

ฉันเลยไม่ทำ (สำหรับคนที่ทำ ถ้าคุณไม่ได้ทาลิป ฉันไม่ถือว่าคุณกระแต)และร้านขายยา

ของฉันก็อยู่ในชุมชนที่แบบว่า เดินไปข้างหลัง300 เมตรก็เจอห้องแถวที่มีแต่พวกขี้เหล้า

เมายา และเหล่าเด็กผู้หญิงปล่อยตัวรีบมีผัว เอ๊ย! ฉันหมายถึง สา - มี น่ะ แต่ฉันยังไม่เป็น

เหมือนพวกนั้น ไม่เคยคบ ไม่เคยพูดคุย(นั่นมันอาจเป็นเพราะการสั่งสอนที่ดีของพ่อแม่ก็

ได้นะ ไม่ใช่เพราะตัวเราเองหรอก) กับเพื่อนฝูงฉันก็ไม่เคยพูดกูมึง กับผู้หลักผู้ใหญ่หรือครู

บาอาจารย์ฉันก็มีมารยาทเสมอ ถือได้ว่าเป็นเด็กเรียบร้อย ไม่เคยแสดงกิริยามารยาทอันไม่

งามใส่ฉันไม่เคยเที่ยว ความจริงแล้วที่ไม่เคยก็เพราะพ่อแม่ไม่ปล่อยให้ไปไหนนั่นแหละ

อันนั้นก็ไม่ใช่ความดีเท่าไหร่ แต่จริงๆแล้วฉันไม่ใช่คนชอบเที่ยวหรอกนะ ที่ๆเดียวที่ฉันจะ

ไปเมื่อออกจากบ้านคือห้องสมุดของจังหวัด หรือไม่ก็โรงเรียนสอนเปียโน ฉันสนิทกับครูที่

นั้น เพราะฉะนั้นถึงเดี๋ยวนี้ฉันจะเลิกเรียนแล้วก็ยังสามารถไปเล่นได้ แต่นานๆครั้งเมื่อผ่าน

ไป อีกอย่างเพราะเกรงใจด้วยไม่ได้จ่ายตังค์แล้วยังไปเล่นฟรีๆอีกด้วย ฉันเรียนมาได้เกือบ

ปีแล้ว และเลิกเพราะพ่อแม่ไม่อยากให้ฉันเสียการเรียน ทั้งๆที่ฉันรักมันแทบตาย การเล่น

ดนตรีเป็นเพียงอย่างเดียวที่ทำให้ฉันรู้สึกมีความสุขที่สุด เหมือนได้ระบายอารมณ์ต่างๆลง

ไป ทีแรกเขาให้ฉันเล่นเพราะตามใจฉันและเผื่อออกงานได้ จะได้ไปโชว์เพื่อนๆ แต่เมื่อฉัน

เริ่มชอบจริงๆจังๆ ถึงขนาดบ้า เข้าเว็บ หาโน๊ต นั่งเล่นคีย์บอร์ดที่บ้านได้เป็นวันๆ เขาก็เริ่ม

ระแวงว่าฉันจะไปทางดนตรี เลยให้เลิกเรียน ฉันโมโหมากเลยนะ ทะเลาะกันรุนแรงมาก แต่

พ่อกับแม่ดีอยู่อย่างตรงที่ไม่ตีฉัน (แต่ตบกบาลแทน เล่นเอามึนไปพักใหญ่) นานๆตีครั้ง

เมื่อโมโหจริงๆ ฉันเสียใจมาก เล่นคีย์บอร์ดมันไม่ได้อารมณเหมือนเล่นเปียโนจริงๆนี่ ไม่

ได้เหยียบแพดเดิ้ล ไม่กังวาน คีย์ไม่หนัก น้ำหนักมือที่ลงไม่เท่ากัน สรุปว่าไม่ได้อารมณ์

เท่า นี่เรื่องนึงแล้วที่เขาขัดใจฉัน เขาบอกฉันนะว่าพ่อแม่ตามใจหนู ว่าอยากเรียนที่ไหน

เรียนอะไร เขาตามใจ แต่สุดท้ายมันก็มาลงที่อีหรอบเดิมว่าเขาบังคับให้ฉันเรียนวิทย์ -

คณิต ไม่ยอมให้ฉันไปลองสอบที่วิทยาลัยดุริยางคศิลป์มหิดล แต่จริงๆฉันก็รู้ว่าฝีมืออย่าง

ฉันก็ไม่เข้าขั้นหรอก ไม่สามารถเรียนที่นั้นได้ แต่อย่างน้อยเค้าก็น่าจะให้ฉันเรียนเปียโนนี่

นา ช่างเถอะ -- ถึงยังไงเขาก็เป็นเจ้าของชีวิตฉันอยู่แล้วนี่ ทุกครั้งที่ฉันพูดว่า 'หนูโตแล้ว

นะม.4แล้ว หนูพอที่จะตัดสินใจได้เองว่าหนูต้องการอะไร พ่อแม่ไม่ใช่เจ้าของชีวิตหนู

ชีวิตเป็นของหนูเอง ทำไมต้องมาบงการให้หนูเป็นอย่างนั้นอย่างนี้ด้วย' แต่เขาก็จะพูดทุก

ครั้งว่า 'งั้นก็ไม่ต้องมาเป็นลูกพ่อสิ พ่อกับแม่ทำให้หนูเกิดมา ก็เท่ากับว่าเป็นเจ้าของชีวิต

ของหนูอย่างเต็มตัว หนูไม่มีสิทธิ์มาเถียงฉอดๆแบบนี้ด้วยซ้ำ' -- อ๋อเหรอ?? เขากำลังว่า

ฉันเถียง ทั้งๆที่ฉันกำลังใช้เหตุผลอยู่นะ ฉันไม่มีปากเสียง และยอมมาหลายครั้งแล้ว...แต่

ก็นั่นล่ะ ฉันก็ต้องเข้า วิทย์ - คณิต เป็นเภสัชกร สานต่อร้านขายยาของพ่ออยู่ดีแหละ ต้อง

ยอมเขาเสมอมา

----------------------------------------------------------------------------------------------

แล้วอย่างนี้ยังไม่พอใจในตัวฉันอีกเหรอ??

----------------------------------------------------------------------------------------------

Comment

Comment:

Tweet


#7 by กฤษฎา สัมภาวะผล (125.27.91.236) At 2008-01-12 12:43,
อัลเบิร์ต ไอสไตน์ กล่าวถึงพระพุทธศาสนาก่อนเสียชีวิต

มหาวิทยาลัยปรินซ์ตัน ได้ตีพิมพ์งานเขียนชิ้นหนึ่งของเขาชื่อเรื่อง " The Human Side " ซึ่งนักฟิสิกส์ผู้ที่ได้รับรางวัลโนเบลผู้นี้ ได้กล่าวทิ้งท้ายให้เป็นปริศนาแห่งโลกอนาคตว่า

The religion of the future will be a cosmic religion. It should transcend personal God and avoid dogma and theology. Covering both the natural and the spiritual, it should be based on a religious sense arising from the experience of all things natural and spiritual as a meaningful unity. Buddhism answers this description. If there is any religion that could cope with modern scientific needs it would be Buddhism. (Albert Einstein)

"ศาสนาในอนาคต จะต้องเป็นศาสนาสากล ศาสนานั้นควรอยู่เหนือพระเจ้าที่มีตัวตน และควรจะเว้นคำสอนแบบสิทธันต์ (คือเป็นแบบสำเร็จรูปที่ให้เชื่อตามเพียงอย่างเดียว) และแบบเทววิทยา(คือพึ่งเทวดาเป็นหลักใหญ่) ศาสนานั้นเมื่อครอบคลุมทั้งธรรมชาติและจิตใจ จึงควรมีรากฐานอยู่บนสามัญสำนึกทางศาสนาที่เกิดขึ้นจากประสบการณ์ต่อสิ่งทั้งปวง คือ ทั้งธรรมชาติและจิตใจอย่างเป็นหน่วยรวมที่มีความหมาย พระพุทธศาสนาตอบข้อกำหนดนี้ได้
....ถ้าจะมีศาสนาใดที่รับมือได้กับความต้องการทางวิทยาศาสตร์สมัยใหม่ปัจจุบัน ศาสนานั้นก็ควรเป็นพระพุทธศาสนา"

อัลเบิร์ต ไอน์สไตน์
นักฟิสิกส์ ชาวเยอรมัน ผู้เสนอทฤษฏีสัมพัทธภาพ

คำพูดของไอสไตล์นั้นมีความนัยที่สำคัญซ่อนอยู่และรอคอยการค้นพบ และทฤษฎีเอกภาพหรือทฤษฎีสรรพสิ่งที่ต้องการค้นหานั้น ที่จริงพระพุทธเจ้าได้ตอบให้เบ็ดเสร็จก่อนหน้านั้น 2500 ปี

[1954, from Albert Einstein:The Human Side, edited by Helen Dukas and Banesh Hoffman, Princeton University Press]
http://en.wikipedia.org/wiki/Albert_Einstein
http://www.mlahanas.de/Privat/quotations.htm http://members.shaw.ca/sanuja/buddhismquorts.html


พระพุทธเจ้าทรงรู้แจ้งกฎธรรมชาติว่า
“ สัตว์ทุกชีวิตเคยเวียนว่ายตายเกิดมาแล้วนับชาติไม่ถ้วน(1) ผู้ที่ไม่เคยเกิดเป็นพ่อแม่กันมาก่อนหาได้ยาก(2) บางชาติเกิดเป็นเทพ(เทวดา+พรหม) บางชาติเป็นมนุษย์ บางชาติเป็นสัตว์เดรัจฉาน บางชาติเกิดเป็นเปรต/อสุรกาย บางชาติต้องตกนรก ต้องเวียนว่ายตาย-เกิดอยู่อย่างนี้ไม่มีที่สิ้นสุด ตามอำนาจบุญและบาปที่ตนเองได้ทำไว้ เหตุการณ์ทุกอย่างที่เราประสบอยู่ทุกวันนี้ไม่มีคำว่าโชคหรือบังเอิญ ทุกอย่างเป็นผลสืบเนื่องมาจากการกระทำของเราในอดีตทั้งสิ้น(3)

......อ้างอิง...ดูรายละเอียดใน พระไตรปิฎกฉบับมหาจุฬาลงการราชิวิทยาลัย (เล่มที่ / หน้าที่ )
1. พระไตรปิฎก เล่มที่ ๑๖ หน้า ๒๒๓
2. พระไตรปิฎก เล่มที่ ๑๖ หน้า ๒๒๗
3. พระไตรปิฎก เล่มที่ ๑๔ หน้าที่ ๓๕๐-๓๖๕

ดูต่อที่ : http://www.tlcthai.com/club/list_topic.php?club=buddhism&club_id=1278&table_id=1&cate_id=788

http://www.o2blog.com/myblog/blog.php?month=&year=&user=montasavi&page=&syear=&smonth=&sdate=&style=1&id=843

เว็บ...ของพระฝรั่ง ที่อุปสมบทในพุทธศาสนา
http://www.vimutti.org.nz/vimutti.html
http://www.users.zetnet.co.uk/phrakhem/
http://www.abhayagiri.org/
http://www.arrowriver.ca/
http://www.tisarana.ca/
http://santacittarama.altervista.org/welcome.htm
http://www.amaravati.org/
http://www.ratanagiri.org.uk/
http://www.foresthermitage.org.uk/
http://www.forestsangha.org/com/devon.htm
http://www.abhayagiri.org/
http://www.dhammajak.net/board/viewtopic.php?t=3169


webside ….ศึกษาพุทธศาสนา
http://www.sarakadee.com/web/
http://www.prajan.com/webboard/
http://www.jarun.org/
http://www.sati99.com/
http://www.praruttanatri.com/meditation_club/
http://www.nkgen.com/
montasavi_@hotmail.com

พระไตรปิฏกภาษาอังกฤษ
http://www.geocities.com/Athens/Forum/2359/indsut.html
http://www.accesstoinsight.org/index.html
http://www.acessoaoinsight.net/tipitaka.php
http://eng.buddhapia.com/
http://www.vipassana.com/canon/sutta.php
http://www.chaf.lib.latrobe.edu.au/dcd/pali.htm
http://oaks.nvg.org/tripitaka.html
http://myweb.ncku.edu.tw/~lausinan/AccessToInsight/html/index.html
บาลี : http://www.buddhanet.net/pdf_file/ele_pali.pdf
http://www.alphadictionary.com/directory/Languages/Indo,045Iranian/Pali/


#6 by montasavi At 2007-11-25 09:49,
#5 by tyu (202.139.223.18) At 2007-09-01 21:53,
เดียร์ จ๋า แกโดนอีกแท็กแล้วนะอันที่แล้วเสร็จหรือยังเนี่ย ฉันโทษทีนะ 555+ ไปดูด้วยล่ะ
#4 by ~tunareeht~ At 2007-04-26 14:25,
แท็กๆๆๆๆๆ เธอได้รับแท็กจากฉันแล้ววว ไปเอามาทำด้วยนะ เข้าบล็อกฉันไปดูเลยยย
#3 by ~tunareeht~ At 2007-04-24 14:55,
เดียร์ เออ เดี๋ยวฉันสอนทำทีมบล็อก กะตกแต่งป่ะ ถึงไม่เก่งเท่าไหร่ แต่ก็ยังดีกว่าปล่อยให้โล่งๆอ่ะ เอามะ?
#2 by ~tunareeht~ At 2007-04-21 10:35,
ได้เลย เดี๋ยวฉันจะ)ฏิวัติพ่อแม่เธอเองงงง
(ขออภัยหากไม่พอใจที่พูดมา) มันน่าโมโหจริงๆเลย จิ๊
#1 by ~tunareeht~ At 2007-04-21 10:34,