2007/May/07

แท็ก 64

แบบว่าเกิดอาการขี้เกียจ เลยไม่ค่อยอัพ แล้วก็มีเหตุขัดข้องทางเทกกะนิกด้วยล่ะ เอาเป็น

ว่าอัพแท็กก่อนละกัน

1.ชื่อไร - เดียร์

2.คำทักทายเวลาเจอเพื่อน พูดว่า หวัดดีจ้า แล้วโบกมือหยอยๆราวกับนางสาวไทย

3.คำพูดติดปากของคุณล่ะ บ้า! , ตลก!

4.คุณทำอะไรออย่างแรกในตอนเช้า - ลืมตา

5.ถ้าเกิดมีคนบอกว่าคุณขี้เหร่คุณจะตอบว่าอย่างไร จริงเหรอ?? 

6.ถ้ามีคนชมว่าคุฯหน้าตาดีคุณจะตอบว่าไง จริงเหรอ??

7.เคยมีแฟนมะ ไม่มีอ่ะ ไม่มีใครเขาเอา

8.มีแฟนคนแรกตอนอายุกี่ขวบ - ไม่มี

9.มีแฟนมากี่คนละ เอ๊ะ! ก็บอกว่าไม่มี ถามซ้ำๆอยู่นั่นล่ะ จะสมัครเป็นแฟนหรือไง?

10.รักแฟนรึป่าว รักคนที่เขาไม่ใช่แฟนเราน่ะได้มั้ย???

11.แล้วปัจจุบันมีแฟนรึป่าว ไม่มีเฟ้ย!

12.ชอบคนแบบไหน คนหล่อ!!!

13.ดูที่หน้าตามะ ดู แต่ความจริง ไม่ต้องหล่อมากก็ได้ เอาเป็นว่าหน้าตาอย่าเหมือนโจรก็แล้วกัน

14.เคยมีคนมาจีบมั้ย เคย...แต่มันไม่หล่อ ไม่เอา!!!

15.รักครั้งแรกตอนไหน ป.4มั้ง?

16.ทำไมถึงรักเค้าล่ะ ผู้ใหญ่ยุยง

17.สมหวังกับความรักครั้งแรกป่าว ไม่รู้ดิ ไอ้ประมาณว่าเล่นด้วยกันทั้งวันทั้งคืนนี่เรียกว่าสมหวังป้ะ?(ก็ยังเด็กอ่ะ)

18.เรื่องความรักที่ทำให้เสียใจที่สุด ก็ตอนที่ไอ้คนบ้านั่นมันไปมีคนอื่นน่ะสิ เพราะไม่ได้ตกลงเป็นแฟนกัน มันเลยฉวย

โอกาสนี้ไปมีกิ๊ก เจ็บใจนัก

19.ถ้าให้ไปเที่ยวคุณอยากไปเที่ยวที่ไหน ญี่ปุ่นอ่ะ อยากไปฟูจิ คนญี่ปุ่นน่าร้ากกกกกกกกกกกกกกก

20.ทำไมล่ะแล้วจะไปกับใคร ชอบอากาศ ศิลปะ อาหาร(อันนี้สำคัญ) คนที่นั่นอ่ะ ไปกะใครเหรอ??ไปกับพ่อกับแม่สิ ยังไม่

โตพอนี่นา แต่ถ้าไปคนเดียวได้ก็จะไปคนเดียว...ชอบลุยเดี่ยวมากกว่า เอาคนอื่นไปก็เกะกะสิ

21.สิ่งไหนที่คุณทำแล้วคิดว่ายากและท้อที่สุด - เรียนหนังสือ

22.เพื่อนที่สนิทที่สุด 4 5 คน

23.เพื่อนในอินเตอร์เน็ตที่สนิทที่สุด ไม่มีหรอก คนในโลกไซเบอร์ ไว้ใจไม่ได้

24.ถ้ามีคนตบหน้าเพื่อนคุณล่ะ ควันออกหูซิคะ กล้าดียังไงมาทำร้ายเพื่อนเรา อันดับแรกคือด่าก่อน พอด่าจนหนำใจแล้ว

ค่อยถามว่าใครถูกใครผิด(ยังงี้ก็โดนรุมน่ะสิคะ)

25.คุณฟังเพลงอะไรอยู่ตอนนี้ ไม่ได้ฟังอ่ะ ขี้เกียจเปิดลำโพง

26.อยากรู้ป่าวว่าเพื่อนส่วนใหญ่พูดถึงคุณว่าไรมั่งอ่ะ ไม่อ่ะ...รู้แล้วได้อะไร ไม่รู้แล้วได้อะไร

27.เพลงที่ชอบที่สุด Nocturne Op.9 No.2

28.คุณชอบสีอะไร ฟ้า....แบบท้องฟ้า

29.ทำไม มันสดใสดี

30.คุณอยากบอกอะไรกับคนที่ส่งแท็กนี้มาให้ ส่งมาเพื่อ??

31.มีคนนั้นในใจรึยังเอ่ย - มีแล้ว

32.คนๆนั้นเป็นใครหรอ? จะรู้ไปทำไม??

33.ทำไมถึงเก็บเค้าไว้ในใจหละ - ก็คนมันชอบอ่ะ

34.เคยแอบชอบใครหรือเปล่า - เคย

35.แล้วทำยังไง อยู่เฉยๆ ทำตัวปกติ อย่าให้เขารู้ตัว (ไม่งั้นจะเรียกแอบเรอะ)

36.แล้วเค้ารู้ตัวรึป่าว ไม่รู้หรอก...ก็แอบนี่

37.เคยแอบรักเพื่อนป่าว - โหหหหห ไม่เคยหรอกรู้ไส้รู้พุงกันมากเกินไป กัดกันทุกวัน คบกันไม่ยืดหรอก อีกอย่างรักมันไม่

ลงด้วย

38.เคยแอบรักแฟนคนอื่นป่าว ไม่...และไม่คิดจะทำ

39.เคยอกหักไหม - ไม่เคยอกหักจริงจัง

40.เวลาอกหักทำไง ร้องไห้กับหมอนแบบนางเอกมิวสิกมั้ง ก็ไม่เคยอกหักจริงๆจังๆนี่

41.ถ้าเพื่อนมาชอบแฟนเราจะทำยังไง ไม่รู้ดิ ไม่เคยมีเหตุการณ์ณืแบบนี้เกิดขึ้นเลยไม่รู้ว่าต้องทำยังไง คนนึงก็เพื่อน

คนนึงก็แฟน คงลำบากใจน่าดูเนอะ

42.เรื่องดีใจล่าสุดของคุณ- ไม่มีอะไรเป็นพิเศษ

43.เรื่องเสียใจล่าสุดล่ะ - ไม่มีอะไรเป็นพิเศษ

44.เวลาว่างๆเครียดๆชอบทำอะไร เล่นเปียโน วเลาเครียดก็เล่นเพลงแรงๆ กระแทกๆ

45.คุณน่ารักป่ะ? ไม่รู้นะ แต่ไม่มีคนเคยชมตรงๆเลยอ่ะ ถ้าชมแบบอ้อมๆล่ะก็มี

46.เกิดวันอะไร - วันอังคาร

47.วันที่หละ เดือนด้วย 23 มิถุนายน

48.อยากได้อะไรเป็นของขวัญ - เปียโนเกรดดีซักหลัง

49.เกิดราศีอะไร เดี๋ยวเมถุน เดี๋ยวกรกฏ เลือกไม่ถูก

50.จะฝากเบอร์หน่อยมั้ย - ไม่

51.บ้านอยู่ไหนอะ - ระยอง

52.คุณใส่นาฬิกายี่ห้ออะไร - ไม่ใส่ คัน รำคาญ

53.น้ำหอมล่ะ - ไม่ชอบ มันฉุน แพ้ด้วย ได้กลิ่นแล้วจาม

54.ชอบเล่นกีฬาอะไรมากที่สุดหรอ ปิงปอง แบตมินตัน ว่ายน้ำ

55.ชอบคุนโทรศัพท์ป่าว ก็ชอบ

56.ชอบอ่านหนังสือป่าว ชอบมากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก

57.รำคาญแท็กนี้ไหม - นิดหน่อย

58.เช็คเมล์บ่อยมั้ย ไม่บ่อยหรอก แล้วแต่อารมณ์

59.ชอบกินน้ำอะไร - น้ำผักผลไม้รวมของยูนิฟ

60.คุณอยากให้โรงเรียนเปลี่ยนไรมากที่สุด โรงอาหาร เอาหรูๆ มี KFC ได้ยิ่งดี 

61.คุณชอบวิชาอะไร - ภาษาอังกฤษ ศิลปะ วิทยาศาสตร์ ดนตรี

62.คุณเกลียดวิชาอะไร - พละ

63.คุณจะส่งแท็กนี้ต่อไปไหม? - ไม่

64.ประโยคท้งท้ายหน่อยดิ่ - เฮ้อ...จบซะที

จบ.....


edit @ 2007/05/07 17:29:48

2007/Apr/30

มาอัพซะทีหลังจากดองไว้นาน ใจจริงก็อยากมาอัพทุกวันนะ แต่สถานการณ์มันไม่

ค่อยเอื้ออำนวยซะเท่าไหร่ สมเด็จพ่อ สมเด็จแม่ท่านไม่ค่อยให้เล่นนานๆ

เข้าเรื่องดีกว่า...วันนี้เป็นวันแรกที่ได้เรียนปรับพื้นฐาน ตื่นเต้นมากเลยตื่น

ตั้งแต่ไก่โห่ ตี 5:45 น. (แต่จริงๆแล้วสาเหตุที่แกตื่นก็เพราะยุงมันกัดไม่ใช่เรอะ?) ตื่น

แล้วก็นอนอยู่อย่างนั้นแหละ (จะรีบทำไม? เรียนตั้งแปดโมง) ลุกไปอาบน้ำก็ตอน 6

โมงได้...น้ำเย็นชะมัด ออกจากบ้านไปรอรถ 6:25 น. ไม่ได้หวังว่าจะเจอใครเลย

เพราะมันเช้ามากๆ แต่ป๊าดดดด เจอนครินทร์อ่ะ(หนุ่มที่อิฉันปิ๊งอยู่) งงมากๆ ก็เรียน

แปดโมงนี่หว่า แหกขี้ตามาทำไมนะนั่น แต่ก็ช่างเถอะ หลังจากหายงงก็สังเกตชุดใหม่

ชุด ม.4 เออ...ใส่แล้วตลกว่ะ ก๊าก ฮ่าฮ่าฮ่า ว้ากก ขำๆๆๆๆ กร๊ากกกกกกกกก จบ

คำว่า จบ เป็นคำที่เราใช้ในการจบประโยค เช่น วันนี้ผมตื่น แล้วออกไปทำงาน กินข้าว

กลับบ้าน นอน จบ (ตัวอย่างการอธิบายเกี่ยวกับคำว่าจบนี้มาจากคุณเลโมนี สนิกเก็ต

ในหนังสือเรื่อง'อยากให้เรื่องนี้ไม่มีโชคร้าย เล่ม 8') จบ เรื่อง จบ กันซะที ก่อนที่

คุณคนอ่านจะ จบ ชีวิตของฉัน ....ถึงไหนแล้วนะ??? อ๋อ ถึงตอนชุดตลก ก๊ากกกกก

(หยุดขำได้แล้วโว้ย!!) ก็นั่งมองไปขำไปตลอดทางนั่นแหละ จนมาถึงโรงเรียน

(โรงเรียนเก่าน่ะ แวะมาเยี่ยมโรงเรียนเก่าก่อนไปเรียนปรับพื้นฐานของตัวเองที่โรงเรียน

ใหม่ พอดีดูในบัตรเรียนพิเศษใหม่อีกรอบปรากฎว่าเรียนเก้าโมง ไม่ใช่แปด เลยมีเวลา

เที่ยวโรงเรียนเก่านานหน่อย)เจอเพื่อนเก่าๆ บางคนมันใส่ชุด ม.4 แล้วตลกมาก แต่

เพื่อนดาวที่บอกว่าตัวเองใส่แล้วเตี้ยใส่แล้วไม่สวย ไปดูจริงๆมันใส่แล้วสวยนะ คุยกัน

ซักพัก แล้วก็บ๋ายบายเพื่อนไปเรียนของตัวเอง ไปถึงโรงเรียนใหม่ วอ สระ อัง วังเวง

มากกกก เงียบกริ๊บเลย เราก็เดินไปสำรวจห้องเรียนที่อาคาร 5 ขึ้นบันไดไป เสียง

รองเท้ามันสะท้อน ปั้บ ปั้บ ปั้บ ...ใจเราก็เต้น ตึก ตึก ตึก ตาม จะเจออะไรไหมวะนี่?

แต่เดี๋ยวก่อน! นั่นเสียงอะไรน่ะ??? ว่าพลางหยุดฝีเท้า แต่เสียง ปั้บ ปั้บ ปั้บ มันยังไม่

ได้หยุดตามเท้าเรานี่!!! เหวอ เอาไงล่ะทีนี้ ไม่สนอะไรแล้ววิ่งขึ้นไปจนชั้นบนสุด อ๊ะ!

สุดแล้วนี่ ทำไงดีๆๆๆ ....ปั๊บ ปั้บ ปั้บ พรืด....เอี๊ยด 'รอ...เค้า...ด้วย...สิ...กลัว...

เหมือน...กัน' อ้าวเวร คนเหมือนกันนี่หว่า หลอกให้ตกใจ สรุปก็คือได้เพื่อนใหม่ ไอ้

เสียงพรืดก็คือเสียงมือเขาลากราวบันได้ เอี๊ยดนี่ก็เสียงรองเท้า เฮ้อ...ใจหายหมด

บทเรียนก็...ไม่ยากนะ ถ้าเราจำแม่น เรียนพวกตรีโกณแหละ ก็พอเข้าใจ...

ผ่านเถอะ ขี้เกียจพูดเรื่องเรียน พอเลิกเรียนเราก็กลับไปโรงเรียนเก่าอีกครั้ง เพราะ

โรงเรียนเก่าเลิกเรียนตอนบ่ายสอง แต่เราเลิกตอนเที่ยง ไปถึงเจอกอบชัย(คนที่เพื่อน

ในห้องเขาแซวว่าเป็นแฟนกับเรา) แต่คนนี้หน้าตาน่ารักนะ ใส่แว่น ตัวเล็กๆ แต่เล่นบา

สเก่ง ชู้ตทีตัวลอยเลย ไอ้พวกเพื่อนๆกอบก็เรียกมานั่งด้วยกัน แล้วเผอิญ...เพื่อนๆเรา

ก็นั่งอยู่แถวนั้นพอดี เราก็เลยไปนั่งกับเพื่อนด้วย ไอ้พวกเพื่อนกอบมันแกล้งเรา...

แกล้งเบียดให้กอบชัยมาชิดเรา ตัวเราไม่ได้คิดอะไรนะ..ตลกดี แต่ก็ลุกก่อนมันจะ

เบียดถึง แต่ปรากฏว่ากอบชัยก็ลุกขึ้นหนีแรงเบียดจากไอ้พวกนั้นพร้อมเราพอดี เลย

โดนแซวหนักเข้าไปอีก เป็นงั้นไปซะได้ ...เฮ้อ เพื่อนหนอเพื่อน สรุปก็คือเดินหนีออก

จากตรงนั้นเลย แล้วไปหาเพื่อนคนอื่นๆ (เพื่อนเยอะ) จนพอเพื่อนๆทั้งหลายเข้าชั้น

เรียนถึงกลับบ้าน... กลับบ้านนนนนนนนนนนนนน จบ

----------------------------------------------------------------------------------------------

จบ

----------------------------------------------------------------------------------------------

หนังสือที่แนะนำวันนี้..'อยากให้เรื่องนี้ไม่มีโชคร้าย'


edit @ 2007/04/30 16:25:51
edit @ 2007/04/30 16:30:35


edit @ 2007/04/30 16:32:31

2007/Apr/20

ไม่รู้จักพอ...ใครนะกำหนดให้มนุษย์มีนิสัยแบบนี้ ได้แล้วก็ไม่เคยพอ ต้องการมาก

ขึ้นๆอีก อย่างเช่นพอได้เงิน...ก็อยากได้มากขึ้นอีก และพอเริ่มมีเงินมากเข้า ก็เริ่มใช่เงิน

ซื้ออำนาจ และใช้อำนาจนั้นหาเงินมาอีกที ถ้าพระเจ้าเป็นผู้สร้างนิสัยแบบนี้ขึ้นมาในตัว

มนุษย์ล่ะก็ ก็ต้องบอกว่าพระเจ้านี่ช่าง....เฮ้อ~ ไม่พูด เกิดคนนับถือศาสนาคริสต์มาอ่าน

เข้า เค้าจะหาว่าชาวพุทธดูหมิ่นศาสนาเขาอีก แต่อันที่จริงศาสนาพุทธก็เกิดก่อนศาสนา

คริสต์ตั้ง 543 ปี แล้วอย่างนี้ชาวคริสต์จะว่าพระเจ้าคือผู้สร้างได้อย่างไร? แล้วพระเจ้าเป็น

ผู้สร้างพระพุทธเจ้าเหรอ??? แล้วศาสนาพราหมณ์ที่มีมาก่อนพุทธอีกล่ะ ใครสร้างพวก

เหล่านักพราหมณ์ขึ้นมา?? คนศาสนาคริสต์เข้าใจอะไรผิดหรือเปล่าเนี่ย? พูดไปพูดมานอก

เรื่องหัวข้อ 'ไม่รู้จักพอ' งั้นเรากลับเข้ามาประเด็นเดิมกันเถอะ

ไม่รู้จักพอ...ใช่ ทำไมถึงไม่รู้จักพอกันซะที การที่ฉันอยากเขียนไดอารี่ก็เพราะอยาก

ระบายสิ่งที่พ่อแม่กดดันฉัน เข้ามักให้ฉันทำนู่นทำนี่ และมักเปรยๆว่าลูกคนอื่นดีกว่าฉัน

อย่างนั้นนะ อย่างนี้นะ ทำไมไม่เอาอย่างเขาบ้าง ทำไมชอบทำให้พ่อแม่กลุ้มใจอยู่เรื่อย

ทำไมไม่รู้จักตอบแทนพ่อแม่บ้างนะ โอ้ยยยย...ไม่เข้าใจ เค้าไม่เคยรู้จักพอใจในสิ่งที่ฉัน

เป็นเลย เค้าไม่เคยภูมิใจในสิ่งที่ลูกคนนี้มีและพึงกระทำกับเขารู้ไหม...ฉันไม่เคยแต่งตัว

เลย ที่โรงเรียนฉันถึงแม้จะเป็นห้องคิงแต่พกแป้งแต่งหน้าส่องกระจกกันทั้งวัน (บางคนก็ไม่

เป็นนะ) แต่ความจริงนั่นก็นับเป็นความดีไม่ได้หรอกมั้ง? เพราะจริงๆแล้วฉันขี้เกียจพกแป้ง

พกกระจกน่ะ มันหนักกระเป๋า เคยลองพกแต่ก็ขี้เกียจเกินกว่าจะหยิบมันขึ้นมาใช้ได้ ฉันมี

ความรู้สึกว่าถ้าฉันทาแป้งทาลิป ส่องกระจกแต่งตัวฉันจะเป็นเหมือนพวกเด็กกระแตแก่แดด

ฉันเลยไม่ทำ (สำหรับคนที่ทำ ถ้าคุณไม่ได้ทาลิป ฉันไม่ถือว่าคุณกระแต)และร้านขายยา

ของฉันก็อยู่ในชุมชนที่แบบว่า เดินไปข้างหลัง300 เมตรก็เจอห้องแถวที่มีแต่พวกขี้เหล้า

เมายา และเหล่าเด็กผู้หญิงปล่อยตัวรีบมีผัว เอ๊ย! ฉันหมายถึง สา - มี น่ะ แต่ฉันยังไม่เป็น

เหมือนพวกนั้น ไม่เคยคบ ไม่เคยพูดคุย(นั่นมันอาจเป็นเพราะการสั่งสอนที่ดีของพ่อแม่ก็

ได้นะ ไม่ใช่เพราะตัวเราเองหรอก) กับเพื่อนฝูงฉันก็ไม่เคยพูดกูมึง กับผู้หลักผู้ใหญ่หรือครู

บาอาจารย์ฉันก็มีมารยาทเสมอ ถือได้ว่าเป็นเด็กเรียบร้อย ไม่เคยแสดงกิริยามารยาทอันไม่

งามใส่ฉันไม่เคยเที่ยว ความจริงแล้วที่ไม่เคยก็เพราะพ่อแม่ไม่ปล่อยให้ไปไหนนั่นแหละ

อันนั้นก็ไม่ใช่ความดีเท่าไหร่ แต่จริงๆแล้วฉันไม่ใช่คนชอบเที่ยวหรอกนะ ที่ๆเดียวที่ฉันจะ

ไปเมื่อออกจากบ้านคือห้องสมุดของจังหวัด หรือไม่ก็โรงเรียนสอนเปียโน ฉันสนิทกับครูที่

นั้น เพราะฉะนั้นถึงเดี๋ยวนี้ฉันจะเลิกเรียนแล้วก็ยังสามารถไปเล่นได้ แต่นานๆครั้งเมื่อผ่าน

ไป อีกอย่างเพราะเกรงใจด้วยไม่ได้จ่ายตังค์แล้วยังไปเล่นฟรีๆอีกด้วย ฉันเรียนมาได้เกือบ

ปีแล้ว และเลิกเพราะพ่อแม่ไม่อยากให้ฉันเสียการเรียน ทั้งๆที่ฉันรักมันแทบตาย การเล่น

ดนตรีเป็นเพียงอย่างเดียวที่ทำให้ฉันรู้สึกมีความสุขที่สุด เหมือนได้ระบายอารมณ์ต่างๆลง

ไป ทีแรกเขาให้ฉันเล่นเพราะตามใจฉันและเผื่อออกงานได้ จะได้ไปโชว์เพื่อนๆ แต่เมื่อฉัน

เริ่มชอบจริงๆจังๆ ถึงขนาดบ้า เข้าเว็บ หาโน๊ต นั่งเล่นคีย์บอร์ดที่บ้านได้เป็นวันๆ เขาก็เริ่ม

ระแวงว่าฉันจะไปทางดนตรี เลยให้เลิกเรียน ฉันโมโหมากเลยนะ ทะเลาะกันรุนแรงมาก แต่

พ่อกับแม่ดีอยู่อย่างตรงที่ไม่ตีฉัน (แต่ตบกบาลแทน เล่นเอามึนไปพักใหญ่) นานๆตีครั้ง

เมื่อโมโหจริงๆ ฉันเสียใจมาก เล่นคีย์บอร์ดมันไม่ได้อารมณเหมือนเล่นเปียโนจริงๆนี่ ไม่

ได้เหยียบแพดเดิ้ล ไม่กังวาน คีย์ไม่หนัก น้ำหนักมือที่ลงไม่เท่ากัน สรุปว่าไม่ได้อารมณ์

เท่า นี่เรื่องนึงแล้วที่เขาขัดใจฉัน เขาบอกฉันนะว่าพ่อแม่ตามใจหนู ว่าอยากเรียนที่ไหน

เรียนอะไร เขาตามใจ แต่สุดท้ายมันก็มาลงที่อีหรอบเดิมว่าเขาบังคับให้ฉันเรียนวิทย์ -

คณิต ไม่ยอมให้ฉันไปลองสอบที่วิทยาลัยดุริยางคศิลป์มหิดล แต่จริงๆฉันก็รู้ว่าฝีมืออย่าง

ฉันก็ไม่เข้าขั้นหรอก ไม่สามารถเรียนที่นั้นได้ แต่อย่างน้อยเค้าก็น่าจะให้ฉันเรียนเปียโนนี่

นา ช่างเถอะ -- ถึงยังไงเขาก็เป็นเจ้าของชีวิตฉันอยู่แล้วนี่ ทุกครั้งที่ฉันพูดว่า 'หนูโตแล้ว

นะม.4แล้ว หนูพอที่จะตัดสินใจได้เองว่าหนูต้องการอะไร พ่อแม่ไม่ใช่เจ้าของชีวิตหนู

ชีวิตเป็นของหนูเอง ทำไมต้องมาบงการให้หนูเป็นอย่างนั้นอย่างนี้ด้วย' แต่เขาก็จะพูดทุก

ครั้งว่า 'งั้นก็ไม่ต้องมาเป็นลูกพ่อสิ พ่อกับแม่ทำให้หนูเกิดมา ก็เท่ากับว่าเป็นเจ้าของชีวิต

ของหนูอย่างเต็มตัว หนูไม่มีสิทธิ์มาเถียงฉอดๆแบบนี้ด้วยซ้ำ' -- อ๋อเหรอ?? เขากำลังว่า

ฉันเถียง ทั้งๆที่ฉันกำลังใช้เหตุผลอยู่นะ ฉันไม่มีปากเสียง และยอมมาหลายครั้งแล้ว...แต่

ก็นั่นล่ะ ฉันก็ต้องเข้า วิทย์ - คณิต เป็นเภสัชกร สานต่อร้านขายยาของพ่ออยู่ดีแหละ ต้อง

ยอมเขาเสมอมา

----------------------------------------------------------------------------------------------

แล้วอย่างนี้ยังไม่พอใจในตัวฉันอีกเหรอ??

----------------------------------------------------------------------------------------------